ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แบบจำลองปอดในครอบแก้ว ทำไมกะบังลมเลื่อนลงแล้วอากาศไหลเข้าปอด

ครอบแก้วคือช่องอก แผ่นยางคือกะบังลม หลอดแก้วรูปตัว Y คือหลอดลม ลูกโป่งคือปอด ดึงแผ่นยางลงแล้วดูว่าอากาศไหลเข้าลูกโป่งได้อย่างไร

  • ม.2
  • ระบบหายใจ
  • ประมาณ 15 นาที
  • จำลองการทดลอง
0มม.
กะบังลมเลื่อนลง (สุด 34 มม.)
2,353mL
ปริมาตรช่องอก
+0 mL จากตอนพัก
0.00kPa
ความดันในช่องอก − ข้างนอก
เท่ากับอากาศข้างนอก
14mL
ปริมาตรปอด (ลูกโป่ง)
ต่อลูก, 2 ลูกรวม 28 mL
แบบจำลองเพื่อการเรียนรู้ ดูสูตรและเงื่อนไข

ชุดทดลอง: แบบจำลองปอดในครอบแก้ว

แบบจำลองการหายใจ

สำรวจการหายใจ

ลากภาพขึ้น–ลงเพื่อขยับแผ่นยาง หรือใช้ปุ่มหายใจ แล้วสังเกตปริมาตรลูกโป่ง

แผ่นยางอยู่ตำแหน่งพัก โก่งขึ้นเล็กน้อยเหมือนกะบังลมที่คลายตัว ลูกโป่งแฟบ ลองลากปุ่มลงบนภาพ หรือกดปุ่มหายใจเข้า

เทียบกับร่างกายและแบบจำลอง

อุปกรณ์ ↔ อวัยวะ (ชี้เพื่อดูในภาพ)

กฎของบอยล์ (อุณหภูมิคงที่)

P₁V₁ = P₂V₂
Pช่องอก = 101.33 × 2,325 ÷ 2,325 = 101.33 kPa

V คือปริมาตรอากาศในช่องอก = ครอบแก้ว − ลูกโป่ง − หลอดแก้ว (mL)

อากาศไหลเมื่อไร

ลมเข้า ∝ Pข้างนอก − Pช่องอก − Pยืดของลูกโป่ง

เป็นบวก ลมไหลเข้า เป็นลบ ลมไหลออก เป็นศูนย์ ลมหยุดไหล

สีในภาพ
ลูกศรฟ้า หายใจเข้า ลูกศรส้ม หายใจออก ครอบแก้วอมฟ้า ความดันต่ำกว่าข้างนอก ครอบแก้วอมส้ม ความดันสูงกว่าข้างนอก
คีย์ลัด
Spaceหายใจเข้า / หายใจออก ↑ ↓ดันหรือดึงทีละ 2 มม. (Shift ทีละ 10) Aหายใจอัตโนมัติ Rกลับตำแหน่งพัก Fเต็มจอ

ตารางบันทึกผลและกราฟปริมาตรปอด

บันทึกเมื่อลมหยุดไหล
ครั้งที่ดึงลง (มม.)ช่องอก (mL)ΔP (kPa)ปอด (mL/ลูก)
  ยังไม่มีผล ดึงปุ่มลงแล้วค้างไว้จนลมหยุดไหล ลองที่ 10, 20 และ 34 มม.

อธิบายสิ่งที่เห็น

ช่องอกเป็นช่องที่ปิดสนิท

ครอบแก้วกับแผ่นยางล้อมอากาศไว้ เหมือนช่องอกที่มีซี่โครงและกะบังลมล้อมรอบ อากาศในช่องนี้ไม่มีทางเข้าออก มีเพียงลูกโป่งที่ต่อกับอากาศข้างนอกผ่านหลอดแก้ว

กะบังลมหดตัว ช่องอกขยาย

ดึงแผ่นยางลง 34 มม. ช่องอกจุเพิ่มจาก 2,353 เป็น 2,586 mL หรือราว 233 mL เหมือนกะบังลมที่หดตัวแล้วเลื่อนต่ำลงจนช่องอกกว้างขึ้น

กฎของบอยล์: ปริมาตรเพิ่ม ความดันลด

อากาศปริมาณเท่าเดิมที่อุณหภูมิคงที่ ความดันคูณปริมาตรมีค่าคงที่ (PV คงที่) เมื่ออากาศในช่องอกได้ที่มากขึ้น ความดันจึงลดลงต่ำกว่าอากาศข้างนอก

ช่องอากาศโตขึ้น 1% ความดันจะลดลงราว 1% หรือประมาณ 1 kPa

อากาศไหลจากความดันสูงไปความดันต่ำ

อากาศข้างนอก (ราว 101.3 kPa) ดันเข้าทางหลอดลมไปพองลูกโป่ง จนแรงหดตัวของยางเท่ากับผลต่างความดัน ลมจึงหยุดไหล ที่ดึงสุด ลูกโป่งพองเป็นราว 98 mL ต่อลูก และความดันในช่องอกต่ำกว่าข้างนอก 2.76 kPa

ลูกโป่ง 2 ลูกรับอากาศเพิ่มรวมราว 168 mL จากที่ช่องอกขยาย 233 mL ส่วนที่เหลือคืออากาศในช่องอกที่ขยายตัว ความดันในช่องอกจึงยังต่ำกว่าข้างนอก

หายใจออก และข้อจำกัดของแบบจำลอง

ปล่อยแผ่นยางกลับขึ้น ช่องอกเล็กลง ลูกโป่งที่ยืดอยู่หดตัวดันลมออก ช่วงแรกของการหายใจออกความดันในช่องอกยังต่ำกว่าข้างนอกได้ แต่แรงหดของลูกโป่งมากกว่า ลมจึงไหลออก

แบบจำลองนี้ไม่มีซี่โครงและกล้ามเนื้อระหว่างซี่โครงที่ช่วยขยายช่องอกด้านข้าง และปอดจริงไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ แต่แนบผนังช่องอกด้วยเยื่อหุ้มปอด ความดันในช่องอกจริงต่ำกว่าบรรยากาศเพียงราว 0.5–0.8 kPa ความเร็วของลูกศรลมในภาพไม่ได้ย่อส่วนตามจริง

ตรวจความเข้าใจ

ตอบถูก 0 / 5

1แผ่นยางที่ก้นครอบแก้วเทียบได้กับส่วนใดของร่างกาย

แผ่นยางกั้นช่องในครอบแก้วไว้ด้านล่าง เหมือนกะบังลมที่กั้นช่องอกกับช่องท้อง ดึงแผ่นยางลงคือกะบังลมหดตัว

2เมื่อดึงแผ่นยางลง ความดันอากาศในครอบแก้วเป็นอย่างไร

ช่องอกจุมากขึ้นแต่อากาศข้างในเท่าเดิม ตามกฎของบอยล์ความดันจึงลดลง ที่ดึงสุดลดลงเพียงราว 2.8 kPa ไม่ใช่สุญญากาศ

3ลูกโป่งพองขึ้นเพราะอะไร

ลูกโป่งต่อกับอากาศข้างนอกทางหลอดแก้วเท่านั้น เมื่อความดันในช่องอกต่ำลง อากาศข้างนอกจึงดันเข้าไปในลูกโป่ง

4ถ้าครอบแก้วมีรอยรั่ว แล้วดึงแผ่นยางลง ลูกโป่งจะเป็นอย่างไร

ช่องอกต้องปิดสนิท ความดันจึงลดลงได้ ถ้ารั่ว อากาศข้างนอกจะไหลเข้าช่องอกโดยตรง ความดันไม่ลด ปอดจึงไม่พอง

5อากาศในช่องปิดมีความดัน 101 kPa ปริมาตร 2,000 mL ถ้าขยายช่องเป็น 2,020 mL ที่อุณหภูมิคงที่ ความดันใหม่ใกล้เคียงข้อใด

P₂ = P₁V₁ ÷ V₂ = 101 × 2,000 ÷ 2,020 = 100 kPa ปริมาตรเพิ่ม 1% ความดันลดราว 1%