ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข้างขึ้นข้างแรม แบบจำลองดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์

หมุนมือหมุนทีละรอบ ทีละวัน ดูโลกหมุนรอบตัวเองจนเกิดกลางวันกลางคืน และดูดวงจันทร์โคจรรอบโลก ครึ่งดวงที่หันหาดวงอาทิตย์สว่างเสมอ แต่เราเห็นส่วนสว่างมากน้อยต่างกันทุกคืน

  • ป.4
  • ดวงจันทร์และระบบสุริยะ
  • ประมาณ 50 นาที
  • จำลองการทดลอง
วันที่ 1
จำนวนรอบที่หมุนมือหมุน (1 รอบ = 1 วัน)
เวลา 00:00 น. · ตัวนับบนกล่องเฟือง
ขึ้น 1 ค่ำ
ข้างขึ้นข้างแรม (ปฏิทินจันทรคติ)
เพิ่งพ้นเดือนดับ (มองแทบไม่เห็น)
0.0%
ส่วนสว่างของดวงจันทร์ที่เห็นจากโลก
φ = 0° · (1 − cos φ) ÷ 2
กลางคืน
ที่จังหวัดตาก (หมุดแดงบนลูกโลก)
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า · ดวงจันทร์ใต้ขอบฟ้า
แบบจำลองเพื่อการเรียนรู้ ดูสูตรและเงื่อนไข

แบบจำลองดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์

010101ดวงจันทร์ที่เห็นจากโลก

ควบคุมแบบจำลอง

ปรับตัวแปร แล้วสังเกตและบันทึกผล

ไปที่คืน (19:00 น.)
เครื่องนี้ไม่รองรับ WebGL จึงแสดงกลางวันกลางคืนแบบขอบคม

มือหมุนกำลังหมุนเอง วันละ 3 วินาที ลากวนรอบมือหมุนบนภาพ หรือกดปุ่ม 1 วัน แล้วกดบันทึกผล หรือกดสังเกตครบ 1 เดือน

กลไกและแบบจำลอง

มือหมุนและชุดเฟือง

หมุนมือหมุน 1 รอบ = 1 วัน เฟือง 44 ฟันขับเฟือง 35 และ 40 ฟันไปหมุนเฟือง 44 ฟันใต้ลูกโลก โลกจึงหมุนรอบตัวเองวันละ 1 รอบ

ดวงจันทร์: (20/59) × (15/60) × (24/60) = 2/59 รอบต่อวัน

แขนดวงจันทร์ไปรอบโลก 1 รอบ ทุก 59 ÷ 2 = 29.5 รอบของมือหมุน คือ 29.5 วัน

ส่วนสว่างที่เห็นจากโลก

φ = 360° × อายุดวงจันทร์ ÷ 29.5 วัน
φ = 360° × 0.00 ÷ 29.5 = 0°
ส่วนสว่าง = (1 − cos φ) ÷ 2
(1 − cos 0°) ÷ 2 = 0.000 = 0.0%

อายุดวงจันทร์คือจำนวนวันหลังเดือนดับ φ คือมุมระหว่างแนวโลก–ดวงอาทิตย์ กับแนวโลก–ดวงจันทร์ (0° เดือนดับ, 90° ครึ่งดวง, 180° เต็มดวง)

ปฏิทินจันทรคติ

ขึ้น 1–14 ค่ำ
ข้างขึ้น ส่วนสว่างเพิ่มขึ้นทุกคืน (สว่างด้านขวา)
ขึ้น 15 ค่ำ
วันเพ็ญ ดวงจันทร์เต็มดวง
แรม 1–14 ค่ำ
ข้างแรม ส่วนสว่างลดลงทุกคืน (สว่างด้านซ้าย)
แรม 14/15 ค่ำ
เดือนดับ วันสุดท้ายของเดือน มองไม่เห็นดวงจันทร์
สิ่งที่เห็นในภาพ
โคมไฟหลอดฝ้าทรงกลม แทนดวงอาทิตย์ ลูกโลก: ครึ่งที่หันหาโคมเป็นกลางวัน อีกครึ่งเป็นกลางคืน ดวงจันทร์บนแขน: ครึ่งดวงที่หันหาโคมสว่างเสมอ หมุดแดง: จังหวัดตาก ตัวนับบนกล่องเฟือง: วันที่ · หน้าต่างมุมซ้ายบน: ดวงจันทร์ที่เห็นจากโลก
คีย์ลัด
← →หมุนทีละ 1 วัน ↑ ↓ทีละ 1 ชั่วโมง (เมื่อเลือกภาพอยู่) Bบันทึกผล Mสังเกตครบ 1 เดือน Aหมุนเอง Fเต็มจอ

ตารางบันทึกผลและกราฟส่วนสว่างกับวันที่

0 วัน
วันที่เวลาข้างขึ้นข้างแรมส่วนสว่าง (%)รูปร่างที่เห็นจากโลก
  ยังไม่มีผล หมุนไปวันที่ต้องการแล้วกดบันทึกผล หรือกดสังเกตครบ 1 เดือน เพื่อบันทึกดวงจันทร์ตอน 19:00 น. ทุกคืน

อธิบายสิ่งที่เห็น

กลางวันกลางคืนเกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง

โลกเป็นทรงกลม แสงอาทิตย์ส่องได้ครั้งละครึ่งลูก ครึ่งที่หันหาดวงอาทิตย์เป็นกลางวัน อีกครึ่งเป็นกลางคืน โลกหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกวันละ 1 รอบ หมุดแดงที่จังหวัดตากจึงผ่านเข้าเขตกลางวันแล้วออกไปเขตกลางคืนทุกวัน เราจึงเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก

หมุนทีละชั่วโมงด้วยลูกศรขึ้นลงบนภาพ ดูหมุดแดงเคลื่อนข้ามเส้นแบ่งกลางวันกลางคืน ในแบบจำลองนี้ที่ตากดวงอาทิตย์ขึ้นราว 05:30 น. และตกราว 18:30 น.

ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง ครึ่งดวงที่หันหาดวงอาทิตย์สว่างเสมอ

ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์ ไม่ว่าดวงจันทร์จะอยู่ตรงไหน ครึ่งดวงที่หันหาโคมจะสว่างเสมอ เหมือนลูกโลก สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรามองเห็นครึ่งที่สว่างนั้นได้มากหรือน้อย

ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เราจึงเห็นส่วนสว่างเปลี่ยนไปทุกคืน

เดือนดับ ดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ด้านสว่างหันออกไป เราเห็นแต่ด้านมืด ต่อมาดวงจันทร์เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกวันละราว 12° ส่วนสว่างที่เห็นเพิ่มขึ้นเป็นเสี้ยว ครึ่งดวงในคืนขึ้น 8 ค่ำ และเต็มดวงในคืนวันเพ็ญซึ่งดวงจันทร์อยู่ฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ จากนั้นส่วนสว่างลดลงในข้างแรมจนถึงเดือนดับอีกครั้ง

ส่วนสว่าง = (1 − cos φ) ÷ 2 · φ = 90° → 50% · φ = 180° → 100%

ครบรอบในราว 29.5 วัน: ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14–15 วัน

ปฏิทินจันทรคติไทยจึงมีเดือนละ 29 หรือ 30 วันสลับกัน เดือนที่มี 30 วันมีแรม 15 ค่ำ เดือนที่มี 29 วันจบที่แรม 14 ค่ำ วันสุดท้ายของเดือนเรียกว่าเดือนดับ ส่วนวันเพ็ญตรงกับขึ้น 15 ค่ำ

ดูกราฟที่บันทึกครบ 1 เดือน: เส้นขึ้นจาก 0% ถึง 100% แล้วลงกลับมา 0% ซ้ำทุก 29.5 วัน คนในซีกโลกเหนืออย่างเราเห็นข้างขึ้นสว่างด้านขวา ข้างแรมสว่างด้านซ้าย

ข้อจำกัดของแบบจำลอง

ขนาดและระยะห่างไม่ได้ย่อส่วนตามจริง ของจริงดวงจันทร์อยู่ห่างโลกราว 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางโลก และดวงอาทิตย์ไกลกว่านั้นราว 390 เท่า แสงอาทิตย์จึงมาเป็นแนวขนาน แบบจำลองนี้จึงให้แสงเป็นแนวขนานกับแนวโคม–โลก

แบบจำลองอย่างง่าย: ใช้เดือน 29.5 วันพอดี (ค่าจริงเฉลี่ย 29.53 วัน ปฏิทินไทยจึงเพิ่มวันในบางปี) ตรึงโลกไว้ที่ราววันที่ 21 มิถุนายน ไม่แสดงการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และไม่แสดงเงาของโลกบนดวงจันทร์ (ของจริงวงโคจรของดวงจันทร์เอียงราว 5° จึงไม่เกิดจันทรุปราคาทุกเดือน) เวลาเป็นเวลาตามดวงอาทิตย์ที่จังหวัดตาก

ตรวจความเข้าใจ

ตอบถูก 0 / 6

1ทำไมจึงเกิดกลางวันและกลางคืน

โลกหมุนรอบตัวเองวันละ 1 รอบ แต่ละที่บนโลกจึงหันเข้าหาดวงอาทิตย์ (กลางวัน) แล้วหันออก (กลางคืน) สลับกัน ดูหมุดแดงที่ตากบนลูกโลก

2ส่วนที่สว่างของดวงจันทร์มาจากที่ใด

ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง ครึ่งดวงที่หันหาดวงอาทิตย์สะท้อนแสงจึงสว่างเสมอ

3คืนวันเพ็ญตรงกับวันใดในปฏิทินจันทรคติ

วันเพ็ญคือขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์อยู่ฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ เราเห็นด้านสว่างทั้งหมด ส่วนแรม 15 (หรือ 14) ค่ำคือเดือนดับ ลองกดปุ่มวันเพ็ญดู

4คืนขึ้น 8 ค่ำ คนในประเทศไทยเห็นดวงจันทร์เป็นอย่างไร

ขึ้น 8 ค่ำ φ ≈ 90° ส่วนสว่าง = (1 − cos 90°) ÷ 2 = 50% ในข้างขึ้นด้านขวาสว่าง ส่วนแรม 8 ค่ำสว่างครึ่งดวงด้านซ้าย ดูหน้าต่างมุมซ้ายบนของภาพ

5ดวงจันทร์กลับมามีรูปร่างเหมือนเดิมในเวลาประมาณเท่าใด

ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเทียบกับดวงอาทิตย์ครบรอบในราว 29.5 วัน ในแบบจำลองคือหมุนมือหมุน 29.5 รอบ เพราะชุดเฟืองทดรอบ 2/59

6คืนเดือนดับ ดวงจันทร์อยู่ที่ตำแหน่งใด

เดือนดับดวงจันทร์อยู่ทางเดียวกับดวงอาทิตย์ ครึ่งที่สว่างหันไปทางดวงอาทิตย์ เราจึงเห็นแต่ด้านมืด และดวงจันทร์ขึ้นตกพร้อมดวงอาทิตย์ (เงาของโลกทำให้เกิดจันทรุปราคา ซึ่งเกิดในคืนวันเพ็ญบางคืนเท่านั้น)