แบบจำลองดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์
มือหมุนกำลังหมุนเอง วันละ 3 วินาที ลากวนรอบมือหมุนบนภาพ หรือกดปุ่ม 1 วัน แล้วกดบันทึกผล หรือกดสังเกตครบ 1 เดือน
กลไกและแบบจำลอง
มือหมุนและชุดเฟือง
หมุนมือหมุน 1 รอบ = 1 วัน เฟือง 44 ฟันขับเฟือง 35 และ 40 ฟันไปหมุนเฟือง 44 ฟันใต้ลูกโลก โลกจึงหมุนรอบตัวเองวันละ 1 รอบ
แขนดวงจันทร์ไปรอบโลก 1 รอบ ทุก 59 ÷ 2 = 29.5 รอบของมือหมุน คือ 29.5 วัน
ส่วนสว่างที่เห็นจากโลก
อายุดวงจันทร์คือจำนวนวันหลังเดือนดับ φ คือมุมระหว่างแนวโลก–ดวงอาทิตย์ กับแนวโลก–ดวงจันทร์ (0° เดือนดับ, 90° ครึ่งดวง, 180° เต็มดวง)
ปฏิทินจันทรคติ
- ขึ้น 1–14 ค่ำ
- ข้างขึ้น ส่วนสว่างเพิ่มขึ้นทุกคืน (สว่างด้านขวา)
- ขึ้น 15 ค่ำ
- วันเพ็ญ ดวงจันทร์เต็มดวง
- แรม 1–14 ค่ำ
- ข้างแรม ส่วนสว่างลดลงทุกคืน (สว่างด้านซ้าย)
- แรม 14/15 ค่ำ
- เดือนดับ วันสุดท้ายของเดือน มองไม่เห็นดวงจันทร์
สิ่งที่เห็นในภาพ
คีย์ลัด
ตารางบันทึกผลและกราฟส่วนสว่างกับวันที่
| วันที่ | เวลา | ข้างขึ้นข้างแรม | ส่วนสว่าง (%) | รูปร่างที่เห็นจากโลก |
|---|---|---|---|---|
| ยังไม่มีผล หมุนไปวันที่ต้องการแล้วกดบันทึกผล หรือกดสังเกตครบ 1 เดือน เพื่อบันทึกดวงจันทร์ตอน 19:00 น. ทุกคืน | ||||
อธิบายสิ่งที่เห็น
กลางวันกลางคืนเกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง
โลกเป็นทรงกลม แสงอาทิตย์ส่องได้ครั้งละครึ่งลูก ครึ่งที่หันหาดวงอาทิตย์เป็นกลางวัน อีกครึ่งเป็นกลางคืน โลกหมุนรอบตัวเองจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกวันละ 1 รอบ หมุดแดงที่จังหวัดตากจึงผ่านเข้าเขตกลางวันแล้วออกไปเขตกลางคืนทุกวัน เราจึงเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก
หมุนทีละชั่วโมงด้วยลูกศรขึ้นลงบนภาพ ดูหมุดแดงเคลื่อนข้ามเส้นแบ่งกลางวันกลางคืน ในแบบจำลองนี้ที่ตากดวงอาทิตย์ขึ้นราว 05:30 น. และตกราว 18:30 น.
ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง ครึ่งดวงที่หันหาดวงอาทิตย์สว่างเสมอ
ดวงจันทร์สะท้อนแสงอาทิตย์ ไม่ว่าดวงจันทร์จะอยู่ตรงไหน ครึ่งดวงที่หันหาโคมจะสว่างเสมอ เหมือนลูกโลก สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรามองเห็นครึ่งที่สว่างนั้นได้มากหรือน้อย
ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เราจึงเห็นส่วนสว่างเปลี่ยนไปทุกคืน
เดือนดับ ดวงจันทร์อยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ด้านสว่างหันออกไป เราเห็นแต่ด้านมืด ต่อมาดวงจันทร์เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกวันละราว 12° ส่วนสว่างที่เห็นเพิ่มขึ้นเป็นเสี้ยว ครึ่งดวงในคืนขึ้น 8 ค่ำ และเต็มดวงในคืนวันเพ็ญซึ่งดวงจันทร์อยู่ฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ จากนั้นส่วนสว่างลดลงในข้างแรมจนถึงเดือนดับอีกครั้ง
ครบรอบในราว 29.5 วัน: ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14–15 วัน
ปฏิทินจันทรคติไทยจึงมีเดือนละ 29 หรือ 30 วันสลับกัน เดือนที่มี 30 วันมีแรม 15 ค่ำ เดือนที่มี 29 วันจบที่แรม 14 ค่ำ วันสุดท้ายของเดือนเรียกว่าเดือนดับ ส่วนวันเพ็ญตรงกับขึ้น 15 ค่ำ
ดูกราฟที่บันทึกครบ 1 เดือน: เส้นขึ้นจาก 0% ถึง 100% แล้วลงกลับมา 0% ซ้ำทุก 29.5 วัน คนในซีกโลกเหนืออย่างเราเห็นข้างขึ้นสว่างด้านขวา ข้างแรมสว่างด้านซ้าย
ข้อจำกัดของแบบจำลอง
ขนาดและระยะห่างไม่ได้ย่อส่วนตามจริง ของจริงดวงจันทร์อยู่ห่างโลกราว 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางโลก และดวงอาทิตย์ไกลกว่านั้นราว 390 เท่า แสงอาทิตย์จึงมาเป็นแนวขนาน แบบจำลองนี้จึงให้แสงเป็นแนวขนานกับแนวโคม–โลก
แบบจำลองอย่างง่าย: ใช้เดือน 29.5 วันพอดี (ค่าจริงเฉลี่ย 29.53 วัน ปฏิทินไทยจึงเพิ่มวันในบางปี) ตรึงโลกไว้ที่ราววันที่ 21 มิถุนายน ไม่แสดงการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และไม่แสดงเงาของโลกบนดวงจันทร์ (ของจริงวงโคจรของดวงจันทร์เอียงราว 5° จึงไม่เกิดจันทรุปราคาทุกเดือน) เวลาเป็นเวลาตามดวงอาทิตย์ที่จังหวัดตาก
ตรวจความเข้าใจ
1ทำไมจึงเกิดกลางวันและกลางคืน
โลกหมุนรอบตัวเองวันละ 1 รอบ แต่ละที่บนโลกจึงหันเข้าหาดวงอาทิตย์ (กลางวัน) แล้วหันออก (กลางคืน) สลับกัน ดูหมุดแดงที่ตากบนลูกโลก
2ส่วนที่สว่างของดวงจันทร์มาจากที่ใด
ดวงจันทร์ไม่มีแสงในตัวเอง ครึ่งดวงที่หันหาดวงอาทิตย์สะท้อนแสงจึงสว่างเสมอ
3คืนวันเพ็ญตรงกับวันใดในปฏิทินจันทรคติ
วันเพ็ญคือขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์อยู่ฝั่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ เราเห็นด้านสว่างทั้งหมด ส่วนแรม 15 (หรือ 14) ค่ำคือเดือนดับ ลองกดปุ่มวันเพ็ญดู
4คืนขึ้น 8 ค่ำ คนในประเทศไทยเห็นดวงจันทร์เป็นอย่างไร
ขึ้น 8 ค่ำ φ ≈ 90° ส่วนสว่าง = (1 − cos 90°) ÷ 2 = 50% ในข้างขึ้นด้านขวาสว่าง ส่วนแรม 8 ค่ำสว่างครึ่งดวงด้านซ้าย ดูหน้าต่างมุมซ้ายบนของภาพ
5ดวงจันทร์กลับมามีรูปร่างเหมือนเดิมในเวลาประมาณเท่าใด
ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเทียบกับดวงอาทิตย์ครบรอบในราว 29.5 วัน ในแบบจำลองคือหมุนมือหมุน 29.5 รอบ เพราะชุดเฟืองทดรอบ 2/59
6คืนเดือนดับ ดวงจันทร์อยู่ที่ตำแหน่งใด
เดือนดับดวงจันทร์อยู่ทางเดียวกับดวงอาทิตย์ ครึ่งที่สว่างหันไปทางดวงอาทิตย์ เราจึงเห็นแต่ด้านมืด และดวงจันทร์ขึ้นตกพร้อมดวงอาทิตย์ (เงาของโลกทำให้เกิดจันทรุปราคา ซึ่งเกิดในคืนวันเพ็ญบางคืนเท่านั้น)