ชุดทดลองการสังเคราะห์ด้วยแสง
ลากซ้าย–ขวาบนภาพ หรือเลือกระยะโคมที่แผงควบคุม
ทัวร์อัตโนมัติกำลังพาโคมไปที่ระยะต่าง ๆ เลือกระยะโคม แล้วกดนับฟอง 1 นาที
ตัวแปรและแบบจำลอง
ตัวแปรในการทดลอง
- ตัวแปรต้น
- ความเข้มแสง ปรับด้วยระยะโคม
- ตัวแปรตาม
- จำนวนฟองแก๊สที่เกิดใน 1 นาที
- ตัวแปรควบคุม
- อุณหภูมิน้ำ 25 °C, CO₂ ในน้ำ, กิ่งสาหร่ายกิ่งเดิม, หลอดไฟดวงเดิม, เวลานับ 1 นาที, ห้องมืด
ความเข้มแสงตามระยะ
d คือระยะจากหลอดไฟถึงต้นสาหร่าย (ซม.) ระยะ 10 : 20 : 40 ซม. ได้ความเข้มแสง 16 : 4 : 1
อัตราการเกิดฟอง
60 คืออัตราสูงสุดเมื่อแสงไม่ใช่ปัจจัยจำกัด และที่ I = 0.1 อัตราได้ครึ่งหนึ่งของสูงสุด
สิ่งที่เห็นในภาพ
คีย์ลัดและวิธีใช้งาน
ผลการทดลอง
เปรียบเทียบจำนวนฟองใน 1 นาทีที่แต่ละระยะ สลับแกนนอนของกราฟเพื่อดูความสัมพันธ์กับความเข้มแสง
| ระยะโคม (ซม.) | ความเข้มแสง I | ครั้งที่ 1 | ครั้งที่ 2 | ครั้งที่ 3 | เฉลี่ย (ฟอง/นาที) |
|---|---|---|---|---|---|
| ยังไม่มีผล เลือกระยะโคมแล้วกดนับฟอง 1 นาที หรือกดวัดครบทุกระยะ ลองที่ 10, 20 และ 40 ซม. | |||||
ขีด – คือยังไม่ได้นับ แต่ละระยะเก็บผลนับ 3 ครั้งล่าสุด ค่าเฉลี่ยแสดงเป็นจุดสีเข้มบนกราฟ
อธิบายสิ่งที่เห็น
ฟองคือแก๊สออกซิเจนจากการสังเคราะห์ด้วยแสง
คลอโรพลาสต์ในใบใช้พลังงานแสงสร้างน้ำตาลจาก CO₂ กับน้ำ และปล่อย O₂ ออกมา แก๊สสะสมในช่องอากาศของลำต้นแล้วไหลออกทางรอยตัดเป็นฟอง จำนวนฟองต่อนาทีจึงใช้แทนอัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงได้
ทดสอบแก๊สในหลอด: สอดธูปที่ลุกเป็นถ่านแดงเข้าไป ธูปจะลุกเป็นเปลว แก๊สในฟองมี O₂ มากแต่ไม่ใช่ O₂ ล้วน มีแก๊สอื่นที่ละลายในน้ำปนอยู่บ้าง สาหร่ายหางกระรอกเป็นพืชดอกที่อยู่ในน้ำ ไม่ใช่สาหร่ายแท้
แสงลดลงตามกำลังสองของระยะ
แสงจากหลอดไฟกระจายออกเป็นทรงกลม เมื่อระยะเพิ่มเป็น 2 เท่า แสงต้องกระจายบนพื้นที่ 4 เท่า ความเข้มแสงที่ต้นสาหร่ายจึงเหลือ 1/4 ระยะ 10, 20 และ 40 ซม. จึงได้ความเข้มแสง 16 : 4 : 1
กฎนี้ใช้ได้ดีเมื่อหลอดไฟเล็กเมื่อเทียบกับระยะ โป๊ะโคม แก้ว และน้ำทำให้ค่าจริงเพี้ยนไปบ้าง ห้องต้องมืดเพื่อไม่ให้แสงอื่นมารวมด้วย
แสงน้อย: แสงเป็นปัจจัยจำกัด
ที่ 50 ซม. (I = 0.04) ได้ 17.1 ฟอง/นาที เลื่อนเข้ามาที่ 30 ซม. แสงเพิ่ม 2.8 เท่า ฟองเพิ่มเป็น 31.6 ฟอง/นาที ช่วงนี้แสงคือสิ่งที่จำกัดอัตรา เพิ่มแสงเมื่อไร อัตราก็เพิ่มชัดเจน
แสงมาก: เข้าใกล้จุดอิ่มตัวของแสง
จาก 20 เป็น 10 ซม. แสงเพิ่ม 4 เท่า แต่ฟองเพิ่มจาก 42.9 เป็น 54.5 ฟอง/นาที หรือราว 27% เท่านั้น เพราะปัจจัยอื่นเริ่มจำกัดอัตราแทน เช่น CO₂ ในน้ำ อุณหภูมิ และปริมาณเอนไซม์ในคลอโรพลาสต์ อัตราจึงเข้าหา 60 ฟอง/นาทีแต่ไม่เกิน
กดดูกราฟแบบแกนนอนเป็นความเข้มแสง เส้นจะชันตอนแสงน้อยแล้วค่อย ๆ แบนลง ถ้าอยากให้ฟองเพิ่มขึ้นอีกตอนแสงมาก ต้องเพิ่มปัจจัยที่จำกัดอยู่ เช่น เติม CO₂
ทำให้ผลเชื่อถือได้ และข้อจำกัดของแบบจำลอง
หลังย้ายโคมต้องรอให้สาหร่ายปรับตัวก่อนนับ นับซ้ำหลายครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย และดูเทอร์โมมิเตอร์ เพราะโคมที่อยู่ใกล้ทำให้น้ำอุ่นขึ้น อุณหภูมิที่เปลี่ยนจะทำให้สรุปผลของแสงผิด ใช้หลอด LED หรือวางภาชนะน้ำกั้นความร้อนไว้หน้าโคมได้
ตัวเลขมาจากแบบจำลองอย่างง่าย: ฟองละ 0.02 mL ขนาดเท่ากันทุกฟอง เวลาในภาพเร็วกว่าจริง 8 เท่า สาหร่ายปรับตัวในราว 15 วินาที (ห้องเรียนจริง 2–5 นาที) และความเร็วที่ฟองลอยไม่ได้ย่อส่วนตามจริง ฟองจริงมีขนาดไม่เท่ากัน การวัดปริมาตรแก๊สในหลอดจึงแม่นกว่าการนับฟอง
ตรวจความเข้าใจ
1ตัวแปรต้นของการทดลองนี้คืออะไร
เราเปลี่ยนความเข้มแสงด้วยการเลื่อนโคม แล้ววัดจำนวนฟองต่อนาทีซึ่งเป็นตัวแปรตาม ส่วนอุณหภูมิต้องควบคุมให้คงที่
2เลื่อนโคมจาก 10 ซม. ออกไปที่ 20 ซม. ความเข้มแสงที่ต้นสาหร่ายเป็นเท่าใดของเดิม
I = (10 ÷ 20)² = 0.25 ระยะเพิ่ม 2 เท่า แสงกระจายบนพื้นที่ 4 เท่า ความเข้มจึงเหลือ 1/4
3ถ้าวางโคมที่ 25 ซม. ความเข้มแสง I เทียบกับที่ 10 ซม. เท่ากับเท่าใด
I = (10 ÷ 25)² = 0.4² = 0.16 ตอบ 0.40 คือลืมยกกำลังสอง ลองเลื่อนโคมไปที่ 25 ซม. แล้วดูค่าที่อ่านได้
4แก๊สที่สะสมในหลอดทดลองส่วนใหญ่คือแก๊สอะไร ทดสอบอย่างไร
การสังเคราะห์ด้วยแสงปล่อย O₂ ซึ่งช่วยให้ไฟติด ธูปที่เหลือแค่ถ่านแดงจึงลุกเป็นเปลวอีกครั้ง
5เลื่อนโคมจาก 20 เป็น 10 ซม. แสงเพิ่ม 4 เท่า แต่ฟองเพิ่มจาก 42.9 เป็น 54.5 ฟอง/นาทีเท่านั้น เพราะอะไร
เมื่อแสงมากพอ แสงไม่ใช่สิ่งที่จำกัดอัตราอีกต่อไป อัตราจึงเข้าใกล้จุดอิ่มตัว ต้องเพิ่มปัจจัยที่จำกัดอยู่ เช่น CO₂ อัตราจึงจะเพิ่มต่อ
6ทำไมต้องวางเทอร์โมมิเตอร์ในบีกเกอร์ และระวังเมื่อโคมอยู่ใกล้
อุณหภูมิมีผลต่อเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง จึงเป็นตัวแปรควบคุม ถ้าปล่อยให้เปลี่ยน จะสรุปไม่ได้ว่าผลมาจากแสงอย่างเดียว