- 781นักเรียน (คน)
- 25ห้องเรียน
- 62ครูผู้สอน (คน)
- 12.6 : 1นักเรียนต่อครู
จากSAR ปีการศึกษา 2568 (ตรวจทานแล้ว)
โรงเรียนเทศบาล ๑ กิตติขจร เป็นสถานศึกษาขนาดกลางในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 25 ห้องเรียน ปีการศึกษา 2568 มีผู้บริหารสถานศึกษา 2 คน ครูผู้สอน 62 คน (ข้าราชการครู/พนักงานครู 54 คน และพนักงานจ้างสอน 8 คน) บุคลากรสนับสนุน 3 คน และนักเรียน 781 คน โรงเรียนมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีอัจฉริยภาพควบคู่กับคุณธรรม ภายใต้การบริหารแบบมีส่วนร่วม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพ 19 หลักสูตร ให้ผู้เรียนเลือกเรียนตามความสนใจและเส้นทางอาชีพในอนาคต เช่น เตรียมวิทยาศาสตร์สุขภาพ เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ห้องเรียนโค้ดดิ้งและวิทยาการหุ่นยนต์ เตรียมสี่เหล่าทัพ ภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่นเพื่อธุรกิจ หลักสูตรทวิศึกษา และห้องเรียนสร้างโอกาส ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ ผ่านกิจกรรมคุณธรรมเชิงสัมพัทธ์ และชมรมต้นกล้าสี่มหาราช ภายใต้โครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการประเมินตนเองปีการศึกษา 2568 ภาพรวมอยู่ในระดับ "ยอดเยี่ยม" และทั้ง 3 มาตรฐานอยู่ในระดับ "ยอดเยี่ยม" ผู้เรียนมีผลการประเมินสูงกว่าค่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดทุกตัวชี้วัดของมาตรฐานที่ 1 และโรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ สาขาสุขภาพและความยั่งยืน (Health & Sustainability) จากโครงการ AIA Healthiest Schools รางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2567 และรางวัลชมเชยโรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) ระดับประเทศ
สรุปจากรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2568 ซึ่งคณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบแล้ว
จุดเด่น จุดควรพัฒนา และแผนพัฒนา
จุดเด่น
- ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด
- มีหลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพ 19 หลักสูตร รองรับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน และบูรณาการทักษะอาชีพกับการเรียนรู้ในบริบทจริงของชุมชน
- ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย และจิตสาธารณะ มีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
- มีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เข้มแข็ง ใช้วงจร PDCA และข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนา และบริหารแบบมีส่วนร่วมครอบคลุมทุกภาคส่วน
- ครูจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) อย่างเข้มแข็ง
- มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและระบบนิเทศภายในที่เข้มแข็ง
- โรงเรียน ผู้บริหาร ครู และผู้เรียนได้รับรางวัลระดับประเทศและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านวิชาการ นวัตกรรม กีฬา คุณธรรม จริยธรรม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม
จุดควรพัฒนา
- ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนนำตนเองในการเรียนรู้ (Self-directed Learning) และสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- ควรพัฒนาระบบแฟ้มสะสมงานดิจิทัล (e-Portfolio) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเชิงลึก เพื่อวางแผนพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล
- ควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning) และการบูรณาการข้ามกลุ่มสาระให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ
- ควรพัฒนาครูด้านการออกแบบการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ และการใช้ AI/เทคโนโลยีการศึกษา
- ควรพัฒนาการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) และใช้เทคโนโลยีในการวัดและประเมินผลมากขึ้น
- ควรพัฒนาสภาพแวดล้อมบางส่วน เช่น พื้นที่กิจกรรมและสนามกีฬา ให้รองรับการเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วน
แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น
โรงเรียนใช้ผลการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก จุดที่ควรพัฒนา และข้อเสนอแนะของทั้ง 3 มาตรฐาน เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ ดังนี้
- ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) โดยสอนเสริมในกลุ่มสาระที่ผู้เรียนยังมีผลสัมฤทธิ์ต่ำ และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
- ส่งเสริมทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการอยู่ร่วมกันในสังคม ผ่านกิจกรรม Active Learning และ Project-Based Learning
- พัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาวะผู้เรียน ด้วยกิจกรรมโภชนาการ การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำหนักและสมรรถภาพทางกาย
- พัฒนาระบบติดตามและประเมินผลภายในให้เชื่อมโยงตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การประเมินผล และการนำผลไปปรับปรุง (PDCA)
- พัฒนาระบบฐานข้อมูลสารสนเทศผู้เรียน (Data Dashboard) และแฟ้มสะสมงานดิจิทัล (e-Portfolio) เพื่อติดตามพัฒนาการผู้เรียนรายบุคคล
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษา และร่วมพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น
- พัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ การบูรณาการข้ามกลุ่มสาระ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึง AI
- ใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้และการบริหารให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ และอบรมครูด้าน Digital Literacy อย่างต่อเนื่อง
- พัฒนาการวัดและประเมินผลให้หลากหลาย เน้นการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) และการประเมินจากกระบวนการเรียนรู้
- พัฒนา PLC ให้มีคุณภาพ ครูนำผลไปใช้จริงในห้องเรียน และต่อยอดเป็นนวัตกรรมหรือ Best Practice ของสถานศึกษา
- ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning) และการสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับบริบทผู้เรียน ชุมชน และประเด็นท้าทายของการประเมินวิทยฐานะ (วPA)
แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาในอนาคต
- เพิ่มโอกาสพัฒนาศักยภาพด้านการเรียนและการทำงานเป็นทีมของนักเรียน
- ส่งเสริมสุขภาพกายและโภชนาการของนักเรียนทุพโภชนาการ พร้อมให้ความรู้ด้านโภชนาการที่เหมาะสมกับวัย
- ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารและการจัดการเรียนรู้ให้ครอบคลุมขึ้น และพัฒนาครูให้สอดคล้องกับทักษะดิจิทัลของผู้เรียน
- เพิ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูทั้งภายในและระหว่างโรงเรียน และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมจัดกิจกรรมตามความสนใจ
- วัดและประเมินผลด้วยแนวทางที่หลากหลาย สอดคล้องกับการศึกษาฐานสมรรถนะ
- พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ร่วมกับชุมชนและเครือข่าย ให้ตอบโจทย์บริบทท้องถิ่น
- เปิดหลักสูตรห้องเรียนสร้างโอกาส สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนและทำงานไปด้วย และหลักสูตรการศึกษานอกระบบ สำหรับนักเรียนที่มาเรียนในระบบไม่ได้แต่ต้องการวุฒิการศึกษา
- เปิดหลักสูตรทวิศึกษา ให้นักเรียนได้รับวุฒิการศึกษา 2 วุฒิ ทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 และ ปวช.
นวัตกรรม ความต้องการและการช่วยเหลือ
นวัตกรรมหรือแบบอย่างที่ดี
โครงการ "AIA Healthiest Schools สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี" กับนวัตกรรม "สามนิ้วแห่งความรัก (3 Fingers to Save the World)"
โรงเรียนนำแนวคิด "3 Fingers to Save the World" มาใช้ในรูปแบบนวัตกรรม "สามนิ้วแห่งความรัก" เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีพฤติกรรมสุขภาวะที่ดี ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม บูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดำเนินงานตามวงจร PDCA ร่วมกับครู ผู้ปกครอง และชุมชน เช่น ค่ายพัฒนาทักษะชีวิต (ค่ายแห่งความสุข) การออกกำลังกายร่วมกับภาคีเครือข่าย และการเก็บใบตองตึงจากพื้นที่เขาพระเมินมาแปรรูปเป็นภาชนะและกระทงใบไม้ด้วยเครื่องอัดขึ้นรูป (Transformer) แล้วนำเศษที่เหลือไปทำดินปลูกและปุ๋ยอินทรีย์ด้วยนวัตกรรมจักรยานปั่นผสมดิน
ผลที่เกิดขึ้น
- นักเรียนที่มีการเจริญเติบโตสมส่วนเพิ่มจากร้อยละ 58.54 เป็นร้อยละ 69.79+11.25 จุด
- สมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มจากร้อยละ 88.86 เป็นร้อยละ 100+11.14 จุด
- สุขภาพจิตผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพิ่มจากร้อยละ 88.06 เป็นร้อยละ 96.53+8.47 จุด
- ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงจาก 163 AQI+ (72.0 ไมโครกรัม/ลบ.ม.) เหลือ 81 AQI+ (25.0 ไมโครกรัม/ลบ.ม.)
- พื้นที่เสียหายจากไฟป่าบริเวณเขาพระเมินลดลงจากมากกว่า 1,000 ไร่ เหลือ 7 ไร่
หลังได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการจากการดำเนินงานต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2566–2567 โรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ สาขาสุขภาพและความยั่งยืน (Health & Sustainability) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568 และขยายผลสู่โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตาก 36 โรงเรียน
เรื่องราวและภาพของโครงการ: tb1.ac.th (เปิดในแท็บใหม่)
ความต้องการและการช่วยเหลือ
- ขอรับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาจากหน่วยงานต้นสังกัด เนื่องจากงบประมาณที่มีไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน
- ขอรับการสนับสนุนอาคารอเนกประสงค์ 2 ชั้น (ชั้นบนเป็นโรงอาหาร ชั้นล่างเป็นห้องประชุม)
- ขอรับการสนับสนุนห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)
- ขอรับการสนับสนุนครูและบุคลากรสายสนับสนุน ได้แก่ ครูภาษาจีน ครูภาษาอังกฤษ ครูศิลปะ ครูแนะแนว และเจ้าหน้าที่พัสดุ เนื่องจากโรงเรียนเปิดหลักสูตรเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
- ขอรับการสนับสนุนงบประมาณโครงการ ได้แก่ โครงการบริการสาธารณูปโภคในโรงเรียน โครงการส่งเสริมความเข้มแข็งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โครงการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแข่งขันทักษะทางวิชาการการจัดการศึกษาท้องถิ่น โครงการกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนฝึกซ้อมทักษะทางวิชาการการจัดการศึกษาท้องถิ่น โครงการเรียนรู้สู่โลกกว้างเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงการทุนการศึกษาสำหรับเด็กดี โครงการสุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี (AIA Healthy School) โครงการจ้างเหมาบุคลากรสายงานสอน (สาขาเฉพาะสายมัธยมศึกษา) และโครงการเตรียมความพร้อมหลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพนักเรียนตามความถนัด
กระบวนการพัฒนาและผลการดำเนินงานถึงค่าเป้าหมาย 16 จาก 16 ตัวชี้วัด
โรงเรียนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบตามวงจรคุณภาพ PDCA โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner-Centered Approach) และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จัดหลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพ 19 หลักสูตร ให้ผู้เรียนเลือกตามความถนัดและเส้นทางอาชีพ ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เช่น Project-Based Learning (PBL), Coding และ Design Thinking ควบคู่กับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning) และการสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection)
ครูวัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย ทั้งชิ้นงาน การสังเกตพฤติกรรม การประเมินตามสภาพจริง และการทดสอบระดับชาติ และร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โรงเรียนบูรณาการทักษะอาชีพกับบริบทจริงของชุมชน เช่น ตลาดนัดอาชีพและงานประเพณีท้องถิ่น และมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่คัดกรอง ติดตาม และส่งเสริมผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทั้งกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มศักยภาพสูง
ผลการดำเนินงาน: ร้อยละของผู้เรียน เทียบกับค่าเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนด
ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ
- อ่าน เขียน และสื่อสารได้ในระดับดีขึ้นไปร้อยละ 96.13%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- มีทักษะภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดร้อยละ 75.92%(เป้าหมาย 75)ถึงเป้าหมาย
- คิดคำนวณได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดร้อยละ 77.54%(เป้าหมาย 75)ถึงเป้าหมาย
- คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และแก้ปัญหาได้ในระดับดีขึ้นไปร้อยละ 96.13%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- มีผลงานนวัตกรรมจากการเรียนรู้อย่างน้อย 1 ชิ้นต่อคนต่อกลุ่มสาระร้อยละ 100%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การสื่อสาร และการทำงานได้ในระดับ 3 ขึ้นไปร้อยละ 99.92%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีคุณธรรมในระดับ 3 ขึ้นไปร้อยละ 95.77%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- มีผลการเรียนแต่ละกลุ่มสาระตั้งแต่ 3.0 ขึ้นไปร้อยละ 78.76%(เป้าหมาย 75)ถึงเป้าหมาย
- นักเรียนชั้น ม.3 และ ม.6 มีผล O-NET T-Score ตั้งแต่ 40 ขึ้นไปร้อยละ 82.50%(เป้าหมาย 70)ถึงเป้าหมาย
- มีเจตคติที่ดีต่องานอาชีพในระดับมากขึ้นไปร้อยละ 83.19%(เป้าหมาย 80)ถึงเป้าหมาย
- มีความรู้และทักษะพื้นฐานทางอาชีพ (รายวิชาเลือกเสรี) ระดับ 3.0 ขึ้นไปร้อยละ 94.78%(เป้าหมาย 75)ถึงเป้าหมาย
คุณลักษณะที่พึงประสงค์
- มีคุณธรรมและแยกแยะดีชั่วได้ (คุณธรรมเชิงสัมพัทธ์) ในระดับดีขึ้นไปร้อยละ 98.59%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- มีส่วนร่วมในกิจกรรมประเพณีและวันสำคัญของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ร้อยละ 97.24%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- ปรับตัวและอยู่ร่วมกันในสังคมได้ในระดับดีขึ้นไปร้อยละ 92.00%(เป้าหมาย 90)ถึงเป้าหมาย
- มีน้ำหนัก ส่วนสูง และสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์ร้อยละ 80.28%(เป้าหมาย 80)ถึงเป้าหมาย
- มีสุขภาพจิต อารมณ์ และสังคมตามเกณฑ์ร้อยละ 96.53%(เป้าหมาย 85)ถึงเป้าหมาย
หลักฐานเชิงตัวเลขจากระบบของโรงเรียน
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน
ภาคเรียนที่ 1/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ภาคเรียนที่ 2/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ภาคเรียนที่ 1/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ภาคเรียนที่ 2/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ม.3
41.84เฉลี่ยทุกวิชา
35.21ระดับประเทศ
สูงกว่าระดับประเทศ 6.63 คะแนน · สูงกว่า 4 วิชา ต่ำกว่า 0 วิชา
คะแนนเฉลี่ย O-NET ม.3 รายวิชา เทียบระดับประเทศ| วิชา | โรงเรียน | ประเทศ | ต่าง |
|---|
| ภาษาไทย | 59.35 | 47.60 | +11.75 |
|---|
| คณิตศาสตร์ | 28.34 | 26.81 | +1.53 |
|---|
| วิทยาศาสตร์ | 40.74 | 33.95 | +6.79 |
|---|
| ภาษาอังกฤษ | 38.91 | 32.46 | +6.45 |
|---|
ม.6
33.32เฉลี่ยทุกวิชา
32.08ระดับประเทศ
สูงกว่าระดับประเทศ 1.24 คะแนน · สูงกว่า 3 วิชา ต่ำกว่า 2 วิชา
คะแนนเฉลี่ย O-NET ม.6 รายวิชา เทียบระดับประเทศ| วิชา | โรงเรียน | ประเทศ | ต่าง |
|---|
| ภาษาไทย | 44.47 | 40.32 | +4.15 |
|---|
| คณิตศาสตร์ | 16.50 | 21.00 | −4.50 |
|---|
| วิทยาศาสตร์ | 31.68 | 31.99 | −0.31 |
|---|
| ภาษาอังกฤษ | 34.75 | 30.15 | +4.60 |
|---|
| สังคมศึกษา | 39.18 | 36.96 | +2.22 |
|---|
1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
ภาคเรียนที่ 1/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีการเช็คชื่อรายคาบในภาคเรียนนี้
ภาคเรียนที่ 2/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีการเช็คชื่อรายคาบในภาคเรียนนี้
ภาคเรียนที่ 1/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ภาคเรียนที่ 2/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีทะเบียนนักเรียนของปีการศึกษานี้
จุดเด่น จุดควรพัฒนา และแผนพัฒนา
จุดเด่น
- ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติสูงกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด
- ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ปัญหาในระดับดีเยี่ยม สัดส่วนผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์สูงกว่าเป้าหมายอย่างชัดเจน
- มีหลักสูตรเพิ่มพูนศักยภาพ 19 หลักสูตร รองรับความถนัดและความสนใจ ผู้เรียนพัฒนาได้เต็มตามศักยภาพรายบุคคล
- ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย เช่น PBL, STEM, Coding และ Design Thinking ผู้เรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างเป็นรูปธรรม
- ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เข้มแข็ง ครูวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุด
- ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ในระดับยอดเยี่ยม อย่างเหมาะสมและมีคุณธรรม
- ผู้เรียนสร้างนวัตกรรม ชิ้นงาน หรือผลงานจากการเรียนรู้ได้จริง ทั้งรายบุคคลและการทำงานเป็นทีม
- บูรณาการทักษะอาชีพกับการเรียนรู้ในบริบทจริงของชุมชน เช่น ตลาดนัดอาชีพและงานประเพณีท้องถิ่น ผู้เรียนมีทักษะอาชีพและสร้างรายได้ระหว่างเรียน
- ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับสูง มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย และจิตสาธารณะ ผลการประเมินสูงกว่าเป้าหมาย
- ผู้เรียนอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและความหลากหลายได้อย่างเหมาะสม มีทักษะทางสังคมและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
- ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้มแข็ง คัดกรอง ติดตาม และพัฒนาผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ และโรงเรียนได้รับการยอมรับระดับประเทศด้านการส่งเสริมสุขภาพ (Best Practice)
- ด้านวิชาการ: รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง โครงงานคณิตศาสตร์ และทักษะทางคอมพิวเตอร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในการแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 14 ณ จังหวัดสกลนคร พร้อมรางวัลเหรียญทองอีกหลายรายการ และรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ Digital Content Contest & Awards (Game Design, Character Design และ Animation Design) ภายใต้โครงการ Thai Digital Content Go Global ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)
- ด้านกีฬา: รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง กรีฑา The 17th SEA U18 & U20 Athletics Championships 2025 ณ เมืองเมดัน ประเทศอินโดนีเซีย เหรียญทองกรีฑาประเภทขว้างค้อนหญิง กีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 "ฅนบุรีรัมย์เกมส์" และเหรียญเงินมวยสากลยุวชน–เยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568
- ด้านคุณธรรม: ประกาศเกียรติคุณเยาวชนดีเด่น "ผู้นำเยาวชนกล้าแผ่นดิน" จากกระทรวงวัฒนธรรม ตามโครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2568 และชมรมต้นกล้าสี่มหาราชได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรีและกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาต้นแบบ
- ผู้เรียนนำตนเองในการเรียนรู้ (Self-directed Learning) สะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) และพัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง
จุดควรพัฒนา
- ควรพัฒนาผู้เรียนให้นำตนเองในการเรียนรู้ (Self-directed Learning) อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- ควรส่งเสริมกระบวนการสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) และการประเมินจากกระบวนการเรียนรู้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ควรพัฒนาระบบแฟ้มสะสมงานดิจิทัล (e-Portfolio) เพื่อติดตามพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคล
- ควรพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนเชิงลึก เพื่อวางแผนพัฒนาผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างแม่นยำ
- ควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรมในการเรียนรู้
แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น
- จัดการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนตั้งคำถาม ค้นคว้า และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- พัฒนาเครื่องมือและกิจกรรมสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection) อย่างเป็นระบบในทุกกลุ่มสาระ
- พัฒนาระบบ e-Portfolio เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ในการติดตามและประเมินพัฒนาการของผู้เรียนรายบุคคล
- พัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้เรียน (Data Dashboard) เพื่อวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาผู้เรียนอย่างแม่นยำ
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลควบคู่กับการปลูกฝัง Digital Ethics และขยายผลสู่การเป็น Best Practice อย่างเป็นระบบ
หลักฐานและเอกสารอ้างอิง
- รายงาน SAR ปีการศึกษา 2568 ส่วนที่ 2 มาตรฐานที่ 1: วิธีดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน และค่าเป้าหมาย (หน้า 138–143)
- ข้อมูลนักเรียน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568 (หน้า 17–20)
- ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้น ม.3 และ ม.6 เปรียบเทียบปีการศึกษา 2567–2568 (หน้า 20–24)
- ผลงานดีเด่นในรอบปีที่ผ่านมา (หน้า 64–100)
- โล่ประกาศเกียรติคุณชมรมต้นกล้าสี่มหาราช ในฐานะกลุ่มพลังเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาต้นแบบ (ภาคผนวก หน้า 177)
- เกียรติบัตรและรางวัลของผู้เรียน ได้แก่ เยาวชนดีเด่นกล้าแผ่นดิน กรีฑา SEA U18 & U20 มวยสากลยุวชน–เยาวชน การแข่งขันทักษะวิชาการระดับประเทศ ครั้งที่ 14 ทุน ODOS ศึกนักขายสายมัธยม (PIM) และ Digital Content Contest (DEPA) (ภาคผนวก หน้า 185–197)
- ประกาศโรงเรียน เรื่อง มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาและค่าเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2568 (ภาคผนวก หน้า 198–206)
- รายละเอียดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชั้น ม.1–ม.6 ภาคเรียนที่ 1–2 ปีการศึกษา 2568 (ภาคผนวก หน้า 222–227)
กระบวนการพัฒนาและผลการดำเนินงาน
โรงเรียนบริหารและจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม (Participatory Management) ควบคู่กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจอย่างชัดเจนจากการวิเคราะห์นโยบาย บริบท ปัญหา และความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำและติดตามแผนพัฒนาการศึกษา และดำเนินงานตามวงจร PDCA อย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูและบุคลากรมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ตั้งแต่วางแผน ดำเนินงาน ติดตาม จนถึงประเมินผล และใช้ข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจ (Data-driven Management) ด้านวิชาการจัดการศึกษาหลายรูปแบบ เช่น "1 โรงเรียน 3 รูปแบบ" และระบบทวิศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้านบุคลากรพัฒนาครูผ่าน PLC อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การอบรม และการวิจัยในชั้นเรียน ด้านสภาพแวดล้อมพัฒนาแหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยี เช่น Smart Classroom และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสถานศึกษา
ผลการดำเนินงาน
- มีแผนพัฒนาการศึกษาและแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา มีการติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- บริหารจัดการครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และการบริหารทั่วไป โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศในการตัดสินใจ
- จัดหลักสูตรและกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
- ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน PLC และการวิจัยในชั้นเรียน
- โรงเรียนได้รับรางวัลระดับประเทศและนานาชาติ เช่น รางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ สาขา Health & Sustainability (AIA Healthiest Schools) รางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2567 รางวัลชมเชยโรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) ระดับประเทศ และโล่ประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาภาคีดีเด่นจากกระทรวงวัฒนธรรม
หลักฐานเชิงตัวเลขจากระบบของโรงเรียน
62คนครูผู้สอน
67คนบุคลากรทั้งหมด
12.6: 1นักเรียนต่อครู
93รายการรางวัลและผลงานทั้งปี
ระดับนานาชาติ3
ระดับประเทศ33
ระดับภาค50
ระดับจังหวัด7
ระดับอื่น ๆ0
6,727,822บาทรายรับตามแผน
6,112,271บาทรายจ่าย
ใช้จ่ายเทียบรายรับ90.9%
จุดเด่น จุดควรพัฒนา และแผนพัฒนา
จุดเด่น
- มีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และพันธกิจที่ชัดเจน สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชน
- มีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เข้มแข็ง ใช้วงจร PDCA และข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนา
- บริหารแบบมีส่วนร่วมครอบคลุมทุกภาคส่วน การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาวิชาการที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และจัดการศึกษาได้หลากหลายรูปแบบ (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ / ทวิศึกษา)
- ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน PLC และการวิจัยในชั้นเรียน
- ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้และการบริหาร
- มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและระบบนิเทศภายในที่เข้มแข็ง
- จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และส่งเสริมความปลอดภัย
- ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติ สาขา Health & Sustainability และรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ "AIA Healthiest School" รางวัลสถานศึกษารางวัลพระราชทาน ประจำปีการศึกษา 2567 และรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศ (Low Carbon School)
- ได้รับการยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรม และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะสถานศึกษาภาคีดีเด่นและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ให้สถานศึกษาอื่นได้
จุดควรพัฒนา
- ควรพัฒนาการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning) ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสาระ
- ควรส่งเสริมการบูรณาการการเรียนรู้ข้ามกลุ่มสาระ เพื่อพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21
- ควรพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- ควรพัฒนาครูด้านการออกแบบการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ และการใช้ AI/เทคโนโลยีการศึกษาเพิ่มขึ้น
- ควรพัฒนาสภาพแวดล้อมบางส่วน เช่น พื้นที่กิจกรรมและสนามกีฬา ให้รองรับการเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วน
แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น
- พัฒนาการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ โดยบูรณาการกิจกรรมร่วมกันในทุกกลุ่มสาระ
- ออกแบบการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning) เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดขั้นสูง
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการจัดการเรียนรู้และการบริหาร
- พัฒนาระบบ PLC และการวิจัยในชั้นเรียนให้เป็น Best Practice ของสถานศึกษา
- พัฒนาสภาพแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ให้รองรับการเรียนรู้ในทุกมิติ
หลักฐานและเอกสารอ้างอิง
- รายงาน SAR ปีการศึกษา 2568 ส่วนที่ 2 มาตรฐานที่ 2: วิธีดำเนินงานและผลการดำเนินงาน (หน้า 143–145)
- ข้อมูลอาคารสถานที่ สภาพชุมชน และงบประมาณ (หน้า 25 เป็นต้นไป)
- โครงการและกิจกรรมพิเศษที่ดำเนินการตามนโยบาย (หน้า 100–106)
- ผลการประเมินคุณภาพภายในปีการศึกษา 2567 และผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่ห้า (หน้า 106 และ 117)
- เกียรติบัตรรางวัลของสถานศึกษา ได้แก่ AIA Healthiest Schools ระดับนานาชาติ สถานศึกษารางวัลพระราชทาน ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon School) 2568 และโล่ประกาศเกียรติคุณจากกระทรวงวัฒนธรรมและศูนย์คุณธรรม (ภาคผนวก หน้า 172–176)
- รางวัลผู้บริหารดีเด่นและผู้บริหารสถานศึกษาต้นแบบ (ภาคผนวก หน้า 178–180)
- คำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระบบข้อมูลสารสนเทศและคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน ปีการศึกษา 2568 (ภาคผนวก หน้า 207–213)
- ปฏิทินปฏิบัติงานประกันคุณภาพ ปีการศึกษา 2568 (ภาคผนวก หน้า 214–215)
- รายงานการประชุมที่คณะกรรมการสถานศึกษาให้ความเห็นชอบรายงานการประเมินตนเอง (ภาคผนวก หน้า 216–221)
กระบวนการพัฒนาและผลการดำเนินงาน
ครูทุกคนออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ (Learner-Centered Approach) ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเชื่อมโยงความรู้สู่ชีวิตจริง ผ่านการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เช่น Project-Based Learning (PBL), Inquiry-based Learning และ Authentic Learning โรงเรียนพัฒนาครูผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ การนิเทศภายใน และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสะท้อนผล และการนำผลไปปรับปรุงการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนรายบุคคล
ครูใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Smart Classroom, Smart TV, iPad ห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง แหล่งเรียนรู้ในชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น บริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก และวัดผลด้วยการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) และการประเมินจากกระบวนการเรียนรู้ (Process-based Assessment) พร้อมให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน: ร้อยละของครู
- มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิดและการปฏิบัติจริงร้อยละ 97.20%
- ใช้วิธีสอนแบบ Active Learning เช่น PBL, STEM, Inquiry-based Learning และสถานการณ์จริงเป็นฐานร้อยละ 90.63%
- มีผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ในระดับมากขึ้นไปร้อยละ 93.45%
- มีผลการประเมินการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกในระดับมากขึ้นไปร้อยละ 96.24%
- มีผลการประเมินการจัดบรรยากาศและการบริหารชั้นเรียนในระดับดีมากขึ้นไปร้อยละ 100%
- ตรวจสอบและประเมินผลผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และนำผลไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้รายบุคคลร้อยละ 90.65%
- ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอร้อยละ 100%
- เข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องร้อยละ 100%
- ได้รับการนิเทศ ติดตาม และข้อเสนอแนะจากผู้บริหารและคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งร้อยละ 100%
- ใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ได้ร้อยละ 93.45%
หลักฐานเชิงตัวเลขจากระบบของโรงเรียน
ภาคเรียนที่ 1/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
ภาคเรียนที่ 2/2568
ยังไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีตารางสอนรายวิชาของภาคเรียนนี้ในระบบ
จุดเด่น จุดควรพัฒนา และแผนพัฒนา
จุดเด่น
- ครูจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
- ใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Smart Classroom ห้องปฏิบัติการ และเครือข่ายชุมชน
- ครูบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และความสัมพันธ์ที่ดี
- วัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย พร้อมให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล
- ขับเคลื่อน PLC อย่างเข้มแข็ง ครูแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- การจัดการเรียนรู้เชื่อมโยงกับบริบทจริงและภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมทักษะชีวิตของผู้เรียน
- ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และนำเสนอผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ครูออกแบบกิจกรรมได้หลากหลายและสอดคล้องกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับรางวัลระดับประเทศ ระดับภาค และระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น รางวัลครูดีเด่นจากการแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 14 รางวัลครูผู้ประสานงานดีเด่นและครูที่ปรึกษากล้าแผ่นดินดีเด่นจากกระทรวงวัฒนธรรม การยกย่องจากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อโครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง รางวัลระดับภาคด้านสื่อนวัตกรรมทางการศึกษา การได้รับคัดเลือกแสดงผลงานในนิทรรศการนานาชาติด้านสุขภาพและความยั่งยืน และรางวัล "ครูดี ศรีเวียงระแหง"
จุดควรพัฒนา
- ควรพัฒนาการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ให้สอดคล้องกับการศึกษาฐานสมรรถนะ
- ควรส่งเสริมการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน
- ควรเพิ่มการใช้เทคโนโลยีในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
- ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมตามความสนใจมากยิ่งขึ้น
แผนพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น
- พัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เน้นการพัฒนาศักยภาพรายบุคคล และสอดคล้องกับแนวทาง Competency-based Learning
- ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ผลการเรียนรู้และพัฒนาการเรียนการสอน
- พัฒนา PLC ให้เป็น Best Practice และนำผลไปใช้จริงในห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ
- พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทผู้เรียนและการประเมินวิทยฐานะ (วPA)
หลักฐานและเอกสารอ้างอิง
- รายงาน SAR ปีการศึกษา 2568 ส่วนที่ 2 มาตรฐานที่ 3: วิธีการดำเนินงานและผลการดำเนินงาน (หน้า 146–148)
- ข้อมูลครูและบุคลากรสนับสนุนการสอน ภาระงานสอน และการพัฒนาตนเอง (หน้า 3–16)
- แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น (หน้า 60 เป็นต้นไป)
- รางวัลครูดีเด่น การแข่งขันทักษะวิชาการและงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ระดับประเทศ ครั้งที่ 14 (ภาคผนวก หน้า 181–182)
- โล่ประกาศเกียรติคุณครูผู้ประสานงานดีเด่น จากกระทรวงวัฒนธรรม และโล่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อโครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง จากศูนย์คุณธรรม (ภาคผนวก หน้า 183–184)
เกี่ยวกับรายงานนี้
ที่มาของข้อมูลและวิธีอ่าน
ระดับคุณภาพ 5 ระดับ
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 โรงเรียนประเมินตนเองแต่ละมาตรฐานและภาพรวม
- กำลังพัฒนา
- ปานกลาง
- ดี
- ดีเลิศ
- ยอดเยี่ยม
ตัวเลขจากระบบ
- ผลการเรียนนับจากรายวิชาที่ครู "ส่งผลการเรียน" แล้วเท่านั้น และแสดงเมื่อส่งครบอย่างน้อยร้อยละ 90 ของทุกรายวิชา-ห้องในภาคเรียน
- คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน แสดงเมื่อประเมินครบอย่างน้อยร้อยละ 80
- อัตราการมาเรียนแสดงเมื่อครูเช็คชื่อครบอย่างน้อยร้อยละ 80 ของคาบตามตารางสอน (นับ มา สาย กิจกรรม เป็นมาเรียน)
- O-NET จากผลที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติประกาศ ข้อมูลพื้นฐานและงบประมาณของปีก่อนใช้ตัวเลขที่ตรวจกับรายงาน SAR แล้ว
- ตัวเลขของปีที่กำลังดำเนินการคำนวณใหม่ทุก 30 นาที
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทุกตัวเลขเป็นค่ารวมของทั้งโรงเรียน ระดับชั้น หรือกลุ่มสาระ ไม่มีชื่อ รหัส หรือผลรายบุคคล กลุ่มที่มีนักเรียนน้อยกว่า 10 คนไม่แสดงค่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ยกเว้นคะแนนเฉลี่ย O-NET ระดับโรงเรียน ซึ่งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติเผยแพร่ต่อสาธารณะอยู่แล้ว)